วันอาทิตย์ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565

การเก็บรักษาของกลาง

 ลักษณะ 2  การเก็บรักษาของกลาง
    หมวด 1  ของกลางในคดีอาญา    (ข้อ 12 - ข้อ 18

                 ข้อ 12  การเก็บรักษาของกลาง ให้ปฏิบัติดังต่อไปนี้
                 (1)  เมื่อของกลางสิ่งใดมาถึงสถานีตำรวจหรือหน่วยงานที่มีอำนาจสอบสวน ให้พนักงานสอบสวนจดรูปพรรณสิ่งของลงในรายงานประจำวัน และสมุดยึดทรัพย์ของกลางคดีอาญา แล้วเขียนเลขลำดับที่ยึดทรัพย์ติดไว้กับสิ่งของนั้นให้มั่นคง อย่าให้หลุดหรือสูญหายได้ แล้วส่งมอบของกลางให้ผู้มีหน้าที่เก็บรักษาของกลาง หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายดำเนินการ เก็บรักษาของกลางไว้ตามระเบียบนี้ 
                 (2)  หากของกลางเป็นเอกสารสำคัญหรือเป็นสิ่งของมีค่ามาก เช่น เครื่องเพชร เครื่องทองรูปพรรณ เงินตราต่างประเทศ ก่อนการเก็บรักษาไว้ตาม (1) หากพนักงานสอบสวนมีเหตุอันควรสงสัยว่าเป็นของแท้จริงหรือไม่ ให้ทำการตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญ ต่อหน้าผู้เสียหายหรือผู้ที่อ้างว่าเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ หรือผู้มีสิทธิ์ตามกฏหมาย และผู้ต้องหา(หากมี) แล้วบันทึกผลการตรวจสอบ โดยมีพนักงานสอบสวน พยานผู้เชี่ยวชาญ ผู้เสียหายหรือผู้ที่อ้างเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ และผู้ต้องหา(หากมี) ลงลายมือชื่อรับรองไว้ด้วย ให้เก็บรักษาไว้ในสถานที่มั่นคง หรือตู้นิรภัย แต่หากมีการเก็บรักษาไว้ที่สถานีตำรวจซึ่งมีสถานที่ไม่มั่นคงและอาจเกิดการสูญหายได้ง่าย ให้ผู้มีหน้าที่เก็บรักษาของกลางหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายดำเนินการดังนี้
                       (ก)  ในกรุงเทพมหานคร ให้ส่งของกลางนั้นไปฝากไว้ที่กองบังคับการ หรือกองบัญชาการต้นสังกัด ที่เป็นหน่วยงานผู้เบิก ในลักษณะหีบห่อ
                       (ข)  ในจังหวัดอื่นให้ส่งของกลางนั้นไปฝากที่ตำรวจภูธรจังหวัด กองบังคับการ กองบัญชาการหรือตำรวจภูธรภาค ในลักษณะหีบห่อ
                       สำหรับของกลางที่เป็นเงินไทย ให้ผู้มีหน้าที่เก็บรักษาของกลาง เปิดบัญชีเงินฝากของกลางในนามสถานีตำรวจหรือในนามหน่วยงานที่มีหน้าที่เก็บรักษากับสถาบันการเงินที่ตั้งอยู่ในพื้นที่รับผิดชอบของตนเอง และหากมีดอกผลนิตินัยเกิดขึ้นให้นำส่งเป็นรายได้แผ่นดินเมื่อสิ้นปีงบประมาณ 
                       การยึด การมอบ การรับคืนของกลาง ให้ผู้ยึด ผู้มอบ ผู้รับ ลงลายมือชื่อพร้อมวงเล็บชื่อสกุลตัวบรรจงไว้ในสมุดยึดทรัพย์ของกลางและรายงานประจำวันเป็นสำคัญ 

                  ข้อ 13  ให้ผู้มีหน้าที่เก็บรักษาของกลางเก็บรักษาของกลางไว้ในสถานที่ ที่มีความมั่นคงแข็งแรงและปลอดภัย ภายในบริเวณสถานที่ทำการของตน หากไม่สามารถเก็บรักษาในสถานที่ดังกล่าวได้ จะไปเก็บรักษาในสถานที่อื่นใดตามที่ผู้ดำรงตำแหน่งผู้กำกับการขึ้นไปกำหนดก็ได้ ทั้งนี้ในการเก็บรักษาให้ใช้ความระมัดระวังตรวจตราของกลางให้เป็นอยู่ตามสภาพเดิมเท่าที่จะสามารถรักษาไว้ได้ 
                       สถานที่อื่นใดที่ใช้ในการเก็บรักษาของกลางตามวรรคหนึ่ง หากต้องจัดจ้างผู้ดูแลรักษาสถานที่ก็ให้ดำเนินการตามกฏหมายหรือระเบียบของทางราชการ
                       ในกรณีจำเป็น ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายอาจจะกำหนดสถานที่เก็บรักษารถของกลางไว้เป็นการเฉพาะก็ได้ 

                  ข้อ 14  เมื่อเห็นว่าของกลางที่เก็บรักษาไว้นั้นหมดความจำเป็นที่จะเก็บรักษาไว้ต่อไปก็ให้ดำเนินการตามข้อ 48  ข้อ 49  ข้อ 50 และข้อ 51 แล้วแต่กรณี

                  ข้อ 15  เอกสารและวัตถุของกลางใดที่จำเป็นจะต้องตรวจพิสูจน์ ให้พนักงานสอบสวนรีบส่งไปยังสถานตรวจพิสูจน์ โดยในส่วนกลางให้ส่งไปยังกองพิสูจน์หลักฐานกลางหรือกองสรรพาวุธตามข้อ 55  ในจังหวัดอื่นนอกเขตกรุงเทพมหานคร ให้ส่งไปยังศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 1 - 10 หรือพิสูจน์หลักฐานจังหวัด หรือกองสรรพาวุธแล้วแต่กรณีโดยเร็ว พร้อมกับบันทึกแสดงรายละเอียดของเอกสารและวัตถุพยานที่ได้มาประกอบด้วย
                       การส่งเอกสารและวัตถุของกลางไปให้ กองพิสูจน์หลักฐานกลาง ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 1 - 10 หรือพิสูจน์หลักฐานจังหวัด ให้ถือปฏิบัติตามแนวทางที่สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจกำหนด 
                       ในกรณีที่สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจยังไม่ได้กำหนดแนวทางตามวรรคสอง ให้นำคู่มือวิธีการส่งของกลางไปตรวจพิสูจน์ที่ใช้อยู่เดิมมาถือปฏิบัติเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้

                 ข้อ 16  ของกลางในคดีอาญาซึ่งเกี่ยวกับหน่วยงาน ในกรมหรือกระทรวงใดมีระเบียบหรือข้อตกลงไว้โดยเฉพาะก็ให้ถือปฏิบัติตามระเบียบหรือข้อตกลงที่กำหนดไว้

                 ข้อ 17  ให้หัวหน้าสถานีตำรวจหรือหัวหน้าหน่วยงานที่มีอำนาจสอบสวนตรวจสอบสมุดยึดทรัพย์และของกลางเดือนละ 1 ครั้ง เป็นอย่างน้อย เพื่อทราบว่าพนักงานสอบสวนได้จัดการถูกต้องครบถ้วนตามระเบียบหรือไม่

                 ข้อ 18  ของกลางที่พนักงานสอบสวนดำเนินการส่งให้หน่วยพิสูจน์ในสังกัดสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ ทำการตรวจพิสูจน์ ให้ผู้ตรวจพิสูจน์ต้องทำการตรวจให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับของกลาง หากมีเหตุผลความจำเป็นไม่สามารถตรวจพิสูจน์ให้แล้วเสร็จภายในกำหนด ให้ประสานแจ้งพนักงานสอบสวนเป็นกรณี ๆ ไป เว้นแต่ในกรณีที่มีการผัดฟ้องและฝากขังหรือฝากขังผู้ต้องหา ผู้ตรวจพิสูจน์ต้องทำการตรวจพิสูจน์ให้เสร็จสิ้นก่อนการผัดฟ้อง และฝากขังหรือฝากขังครั้งสุดท้าย และเมื่อทำการตรวจเสร็จสิ้นแล้วให้ส่งของกลางคืนพนักงานสอบสวน ทั้งนี้ ให้พนักงานสอบสวนมารับของกลางคืนภายใน 15 วันทำการหรือวันที่ได้รับแจ้งจากผู้ตรวจพิสูจน์ว่าผลการตรวจพิสูจน์แล้วเสร็จ 

                 ข้อ 19  กรณีพนักงานสอบสวนไม่มารับของกลางคืนจากหน่วยงานตรวจพิสูจน์ในสังกัดสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ ภายในกำหนดตามข้อ 18 หากผู้ตรวจพิสูจน์เห็นว่าของกลางและรายงานการตรวจพิสูจน์ไม่ใช่พยานหลักฐานที่สำคัญในคดี หรือมีหนังสือสอบถามไปยังพนักงานสอบสวนแล้วได้รับการยืนยันเป็นหนังสือว่าของกลางและรายงานการตรวจพิสูจน์ดังกล่าวไม่ใช่พยานหลักฐานที่สำคัญในคดี ให้เสนอผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นจนถึงผู้บังคับการหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายอนุมัติให้ส่งรายงานการตรวจพิสูจน์พร้อมของกลางดังกล่าวคืนพนักงานสอบสวนทางไปรษณีย์แบบลงทะเบียนตอบรับหรือวิธีการขนส่งอื่นใดที่มีมาตรการป้องกันสิ่งของสูญหายเช่นเดียวกันหรือสูงกว่า
                       ทั้งนี้ ห้ามมิให้ส่งของกลางประเภทที่มีไว้เป็นความผิดตามกฏหมาย เช่น ยาเสพติด อาวุธปืน วัตถุระเบิด คืนให้พนักสอบสวนทางไปรษณีย์

(ข้อคิดเห็น - กล่าวโดยสรุป การเก็บรักษาของกลาง ให้มีการลงรายงานประจำวันและสมุดยึดทรัพย์ของกลางคดีอาญา โดยให้ลงลายมือชื่อผู้ยึด ผู้มอบ และผู้รับ เป็นหลักฐาน ถ้าเป็นเครื่องประดับมีมูลค่ามากหรือเงินต่างประเทศ ให้ตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญ ต่อหน้าผู้ถือกรรมสิทธิ์ และผู้ต้องหา(ถ้ามี) แล้วเก็บเอาไว้ในสถานที่มั่นคงหรือนำไปฝากไว้ที่หน่วยงานต้นสังกัด แต่ถ้าเป็นเงินไทยก็ให้เปิดบัญชีเงินฝากเอาไว้ ส่วนของกลางอย่างอื่นให้เก็บไว้ในบริเวณสถานที่ทำการของตน หรือเก็บไว้ในสถานที่ที่ ผกก.ขึ้นไปกำหนด ส่วนของกลางที่จำเป็นต้องตรวจพิสูจน์ก็ให้รีบส่งไปตรวจพิสูจน์ที่กองพิสูจน์หลักฐานหรือกองสรรพาวุธ โดยทำการตรวจให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน หรือให้เสร็จสิ้นก่อนการผัดฟ้องฝากขังครั้งสุดท้าย เสร็จแล้วให้พนักงานสอบสวนมารับของกลางคืนภายใน 15 วัน นับแต่ได้รับแจ้งว่าการตรวจพิสูจน์แล้วเสร็จ กรณีเห็นว่าไม่ใช่พยานหลักฐานสำคัญในคดีอาจจะส่งคืนให้ทางไปรษณีย์แบบลงทะเบียนตอบรับ ยกเว้น ยาเสพติด อาวุธปืน และวัตถุระเบิด ส่วนของกลางที่มีระเบียบหรือข้อตกลงกับกรมหรือกระทรวงอื่นก็ให้ปฏิบัติไปตามข้อตกลงนั้น)

วันพฤหัสบดีที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2565

หน้าที่การเก็บรักษาของกลาง

ระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่าด้วยการเก็บรักษาและการจำหน่ายของกลาง พ.ศ. 2565 
ลักษณะ 1  หน้าที่การเก็บรักษาของกลางและการมอบหมาย  (ข้อ 6 - ข้อ 11)

                ข้อ ๖  ผู้มีหน้าที่เก็บรักษาของกลาง แบ่งเป็น 4 ระดับ ดังนี้ 
                (1) ระดับสถานีตำรวจ หรือหน่วยงานที่มีอำนาจสอบสวนในระดับกองกำกับการ ได้แก่ หัวหน้าสถานีตำรวจ หรือหัวหน้าหน่วยงานที่มีอำนาจสอบสวน 
                (2) ระดับกองบังคับการ ได้แก่ ผู้บังคับการ
                (3) ระดับกองบัญชาการ ได้แก่ ผู้บัญชาการ
                (4) ระดับสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้แก่ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

               ข้อ 7  ผู้มีหน้าที่เก็บรักษาของกลาง ต้องเก็บรักษาและดูแลของกลางที่ได้รับมอบไว้ในที่ปลอดภัย ไม่ให้เกิดการสูญหาย เสียหาย และต้องเก็บรักษาของกลางตามวิธีการที่ถูกต้องในของกลางแต่ละประเภท
                 หากผู้มีหน้าที่เก็บรักษาของกลาง เห็นว่า เป็นการสมควรที่จะมอบหมายหน้าที่ในการเก็บรักษาของกลางแทน อาจมอบหมายหน้าที่ในการเก็บรักษาของกลาง ดังนี้
                (1) ระดับสถานีตำรวจ หรือหน่วยงานที่มีอำนาจสอบสวนในระดับกองกำกับการ ให้มอบหมายข้าราชการตำรวจที่มียศตั้งแต่ร้อยตำรวจตรีหรือเทียบเท่าร้อยตำรวจตรีขึ้นไป เว้นแต่ กรณีที่ไม่อาจหาผู้ที่มียศดังกล่าวได้ ให้ขออนุมัติต่อผู้บังคับบัญชาหัวหน้าหน่วยงานของตนหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย
                (2) ระดับกองบังคับการ ให้มอบหมายข้าราชการตำรวจที่มียศตั้งแต่พันตำรวจเอกขึ้นไป  
                (3) ระดับกองบัญชาการ ให้มอบหมายข้าราชการตำรวจที่มียศตั้งแต่พันตำรวจเอกขึ้นไป 
                (4) ระดับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้มอบหมายข้าราชการตำรวจที่มียศตั้งแต่พลตำรวจตรีขึ้นไป 

              ข้อ 8  ให้ผู้ที่มีหน้าที่เก็บรักษาของกลาง หรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย มีหน้าที่ดำเนินการดังต่อไปนี้                    (1) ตรวจสอบสภาพของกลางและความถูกต้องก่อนที่จะเก็บรักษา
                (2) จัดทำบัญชีของกลางที่เก็บรักษาไว้ตามประเภทของกลาง ได้แก่ ของกลางในคดีอาญา และของกลางอย่างอื่น
                (3) จัดทำหลักฐานการรับและส่งมอบของการให้เรียบร้อย
                (4) ตรวจสอบสภาพของกลางและบันทึกรายงานผลการตรวจสอบให้ผู้บังคับบัญชาหัวหน้าหน่วยงานของตน หรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย เพื่อทราบทุกระยะเวลา 6 เดือน 
                (5) จัดให้มีกุญแจหรือรหัสสถานที่เก็บรักษาของกลางให้มั่นคงแข็งแรง โดยมีผู้เก็บรักษากุญแจและรู้รหัส จำนวน ๓ คน คือ ผู้มีหน้าที่เก็บรักษาของกลาง นายตำรวจชั้นสัญญาบัตร และผู้ที่ได้รับมอบหมายให้มีหน้าที่เก็บรักษาของกลาง
                (6) จัดให้มีสมุดควบคุมการเปิด-ปิด สถานที่เก็บรักษาของกลาง 
                (7) ส่งมอบของกลางแก่บุคคลที่ร้องขอ ตามที่กฎหมายหรือระเบียบให้อำนาจไว้
                (8) ดำเนินการอื่นใดเพื่อการเก็บรักษาของกลางตามที่เห็นสมควร

                ข้อ 9  ในการเปิดสถานที่เก็บรักษาของกลาง ให้กระทำโดยผู้เก็บรักษากุญแจและรู้รหัส จำนวน 2 ใน 3 

                ข้อ 10  เมื่อมีการแต่งตั้งให้ไปรับตำแหน่งที่อื่น ผู้มีหน้าที่เก็บรักษาของกลางและผู้ที่จะมารับหน้าที่ใหม่ จะต้องส่งมอบของกลางแก่กันให้เสร็จก่อนการเดินทางไปรับตำแหน่งใหม่ แต่ถ้าฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดไม่สามารถเดินทางมารับมอบของกลางได้ภายในเวลากำหนด ให้มอบของกลางให้แก่ผู้รักษาราชการแทนรับไว้และให้ผู้มารับตำแหน่งใหม่รับมอบหมายของกลางจากผู้รักษาราชการแทนให้เสร็จสิ้นภายใน ๑๕ วัน นับแต่วันเดินทางมารับตำแหน่งใหม่ 
                 หน้าที่ของผู้รับมอบ ต้องสำรวจสิ่งของให้ถูกต้อง ตรงกับรายการในบัญชี หากของกลางใดไม่ส่งมอบด้วยเหตุใด ให้หมายเหตุไว้ให้ชัดเจน แล้วลงชื่อกำกับไว้ทั้งผู้มอบและผู้รับมอบ และเมื่อรับมอบแล้วให้เสนอผู้บังคับบัญชาหัวหน้าหน่วยงานของตนทราบ หากมีการบกพร่องก็ให้ผู้บังคับบัญชาสั่งดำเนินการสอบสวนต่อไป เมื่อผู้รับมอบได้ลงลายมือชื่อรับมอบของกลางแล้ว ถือว่าได้รับของกลางไว้ถูกต้องตามจำนวนที่ปรากฏในบัญชี และให้ผู้มอบของกลางพ้นจากหน้าที่และความรับผิดชอบเท่าที่ปรากฏในบัญชีของกลางที่มีอยู่อย่างไม่บกพร่องในขณะที่รับมอบต่อกันเท่านั้น หากปรากฏว่าขาดตกบกพร่องในจำนวนสิ่งของขึ้นภายหลังผู้รับมอบจะต้องเป็นผู้รับผิด 

                ข้อ 11  ผู้มีหน้าที่เก็บรักษาของกลาง หรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย มีหน้าที่ปฏิบัติเกี่ยวข้องแก่ของกลางนั้นเหมือนดั่งเช่นวิญญูชนพึงรักษาดูแลทรัพย์สินของตนเอง และต้องรักษาของนั้น ๆ ไว้ในสถานที่ปรากฎตามระเบียบนี้ด้วยความระมัดระวัง และคอยตรวจตราอยู่เสมอให้ของกลางนั้นอยู่ตามสภาพเดิมเท่าที่จะรักษาไว้ได้ก่อนที่จะมีการส่งมอบต่อกัน

(ข้อคิดเห็น - กล่าวโดยสรุป ผู้มีหน้าที่เก็บรักษาของกลาง ในระดับสถานีตำรวจ คือ หัวหน้าสถานีตำรวจ และอาจมอบหมายให้ข้าราชการตำรวจที่มียศตั้งแต่ ร.ต.ต. หรือเทียบเท่าขึ้นไป ทำหน้าที่ในการเก็บรักษาของกลางแทน เพื่อดูแลรักษา จัดทำบัญชี รับ-มอบของกลาง ตลอดจนควบคุมการเปิด-ปิดสถานที่เก็บรักษาของกลาง)

ความหมาย ของกลาง

ระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 

ว่าด้วย การเก็บรักษาและการจำหน่ายของกลาง พ.ศ. 2565   (ข้อ 1 - ข้อ 5)

               ข้อ 1  ระเบียบนี้เรียกว่า "ระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่าด้วยการเก็บรักษาและการจำหน่ายของกลาง พ.ศ. 2565

               ข้อ 2  ระเบียบนี้ให้มีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2565 เป็นต้นไป

               ข้อ 3 ให้ยกเลิกประมวลระเบียบการตำรวจเกี่ยวกับคดี ลักษณะ 15 ของกลางและของส่วนตัวผู้ต้องหา ยกเว้น บทที่ 2  สิ่งของส่วนตัวผู้ต้องหา

               ข้อ 4  ในระเบียบนี้ 
                "ของกลาง"  หมายความว่า วัตถุใด ๆ หรือทรัพย์สินที่ตกมาอยู่ในความคุ้มครองของเจ้าพนักงานโดยอำนาจแห่งกฎหมายหรือโดยหน้าที่ในทางราชการ และได้ยึดไว้เป็นของกลางเพื่อพิสูจน์ในทางคดีหรือเพื่อจัดการอย่างอื่นตามกฏหมาย 
                "ของกลางในคดีอาญา"  หมายความว่า ของกลางที่ต้องดำเนินการจัดการทางคดีอาญา เช่น ทรัพย์สินที่ทำหรือมีไว้เป็นความผิด ได้มาโดยความผิด ใช้หรือตั้งใจจะใช้ในการกระทำความผิด หรือที่ใช้เป็นหลักฐานในทางคดีอาญา 
                "ของกลางอย่างอื่น"  หมายความว่า ของกลางที่ไม่เข้าอยู่ในลักษณะของกลางในคดีอาญา
                "ทรัพย์สินหาย"  หมายความถึง ทรัพย์สินที่มีผู้หลงลืมทิ้งไว้หรือทำตกหล่นไว้ในสถานที่ใดสถานที่หนึ่ง
                "รถ"  หมายความว่า รถตามกฏหมายว่าด้วยการจราจรทางบก กฏหมายว่าด้วยรถยนต์ กฏหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก และตามที่ปรากฏในกฎหมายอื่น
                "การคืนของกลาง"  หมายความว่า การคืนของกลางเมื่อคดีเสร็จสิ้น และให้หมายความรวมถึง การนำไปดูแลรักษาหรือใช้ประโยชน์ในชั้นพนักงานสอบสวน พนักงานอัยการ หรือระหว่างการพิจารณาคดีของศาล 
                "การจำหน่ายของกลาง"  หมายความว่า การจำหน่ายของกลางออกจากบัญชีไม่ว่าก่อนหรือหลังคดีถึงที่สุดโดยวิธีการทำลายขาย ขายทอดตลาด ขายคืนเจ้าของ ขายปันส่วน ส่งมอบส่วนราชการ ทำลายหรือวิธีการใด ตามที่ได้รับอนุมัติ
                "หน่วยงานที่มีอำนาจสอบสวน"  หมายความถึง กลุ่มงานสอบสวนหรือกองกำกับการที่มีอำนาจหน้าที่ในการสืบสวนสอบสวนในสังกัดกองบัญชาการตำรวจนครบาล ตำรวจภูธรภาค 1 - 9 กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และกลุ่มงานสอบสวนและตรวจสอบทรัพย์สินในสังกัดกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด
               "หน่วยตรวจพิสูจน์ในสังกัดสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ" หมายความถึง กองพิสูจน์หลักฐานกลาง ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 1 - 10 และพิสูจน์หลักฐานจังหวัด 

               ข้อ 5  ให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รักษาการตามระเบียบนี้ และให้มีอำนาจตีความวินิจฉัยปัญหาเพื่อดำเนินการตามระเบียบนี้ 
                คำวินิจฉัยของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติให้ถือเป็นที่สุด

(ข้อคิดเห็น - คำว่า "ของกลาง" เป็นสิ่งของที่ถูกยึด ซึ่งมี 2 ประเภท คือ สิ่งของที่เกี่ยวข้องในคดีอาญา กับสิ่งของอย่างอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับคดีอาญา ก็ได้ โดยให้มีการบันทึกสิ่งของเหล่านั้นไว้ในบัญชีของกลางด้วย)

วันจันทร์ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2560

จัดเรียงบทความ

ระเบียบปฏิบัติเกี่ยวกับของกลาง
                -  ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับของกลาง
                -  ระเบียบการตำรวจฯ เรื่องของกลาง
                -  การเก็บรักษาของกลางทั่วไป
                -  การเก็บรักษาของกลางคดีป่าไม้ ยาเสพติด และแร่

การคืนของกลาง
                -  การขอคืนสิ่งของที่ถูกยึดระหว่างสอบสวนและผู้มีสิทธิขอคืน
                -  การคืนธนบัตรของกลางคดียาเสพติด
                -  คำพิพากษาให้คืนทรัพย์สินแก่จำเลย

อาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนของกลาง
                -  การปฏิบัติเกี่ยวกับอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนของกลาง

รถของกลาง
                -  ระเบียบปฏิบัติเกี่ยวกับรถของกลาง
                -  การยึดและคืนรถของกลาง
                -  รถบรรทุกของกลางถูกลักเอาไป
                -  หลักเกณฑ์การคืนรถของกลาง (ชนแล้วหลบหนี)

วันพุธที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2560

การปฏิบัติเกี่ยวกับอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนของกลาง

การปฏิบัติเกี่ยวกับอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนของกลาง 
ตามคำสั่ง ตร.ที่ ๕๒๓/๒๕๕๗ ลง ๒๙ ก.ย.๒๕๕๗

          ๑. การส่งไปตรวจพิสูจน์
               ๑.๑ หน่วยงานที่ตรวจพิสูจน์
                      (๑) สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ ตรวจเฉพาะอาวุธปืนที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางปากลำกล้องต่ำกว่า ๔๐ มม. และเครื่องกระสุนปืนที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางต่ำกว่า ๔๐ มม. โดยมีวัตถุประสงค์การตรวจพิสูจน์ ดังนี้
                           - ของกลางใช้ยิงมาแล้วหรือไม่
                           - ของกลาง เป็นอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนตาม พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ พ.ศ.๒๔๙๐ และที่แก้ไขเพิ่มเติมหรือไม่
                          - ของกลาง เป็นชนิดใด ขนาดใด
                          - ของกลาง เป็นอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนแบบที่นายทะเบียนจะออกใบอนุญาตให้ได้หรือไม่
                          - ของกลาง ใช้ยิงทำอันตรายแก่ชีวิตและวัตถุได้หรือไม่
                          - อาวุธปืนของกลาง มีรอยขูดลบแก้ไขเครื่องหมายทะเบียนและเลขหมายประจำปืนหรือไม่
                          - ตรวจเปรียบเทียบลูกกระสุนปืน/ปลอกกระสุนปืน ที่ได้จากที่เกิดเหตุกับปืนต้องสงสัย
                      (๒) กองสรรพาวุธ มีหน้าที่ตรวจพิสูจน์ อาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนนอกเหนือจากข้อ (๑)
              ๑.๒ ระยะเวลาการตรวจพิสูจน์ และการดำเนินการตรวจพิสูจน์
                   พนักงานสอบสวน จะต้องส่งอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนของกลางตรวจพิสูจน์ที่หน่วยตรวจพิสูจน์โดยเร็ว ทั้งนี้ ต้องไม่เกิน ๓ วันทำการ นับแต่ได้รับอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนของกลาง
                   สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ หรือกองสรรพาวุธ ตรวจพิสูจน์ของกลางให้แล้วเสร็จภายใน ๓๐ วัน นับแต่ได้รับ หากมีเหตุผลความจำเป็นไม่สามารถตรวจพิสูจน์ให้แล้วเสร็จ ให้ผู้ตรวจพิสูจน์ประสานแจ้งพนักงานสอบสวนเป็นกรณี ๆ ไป
                   พนักงานสอบสวน ต้องไปรับผลการตรวจพิสูจน์พร้อมของกลางกลับไปจากหน่วยตรวจพิสูจน์ ภายใน ๗ วัน นับจากวันที่ครบกำหนด ๓๐ วันดังกล่าว หรือวันที่ได้รับแจ้งจากผู้ตรวจพิสูจน์ว่าผลการตรวจพิสูจน์แล้วเสร็จ

           ๒. การเก็บรักษาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนของกลาง
                 ๒.๑  นอกจากของกลางที่จะต้องคืนให้แก่ผู้มีสิทธิเรียกร้องคืนตามกฎหมาย ให้เก็บรักษาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนของกลางไว้ที่สถานีตำรวจหรือหน่วยงานที่มีอำนาจสอบสวน หรือกรณีที่ต้องส่งให้กองสรรพาวุธตาม ๒.๒
                      ระหว่างเก็บรักษา ให้หัวหน้าสถานีตำรวจ หรือหัวหน้าหน่วยงานที่มีอำนาจสอบสวน ซึ่งเป็นผู้เก็บรักษาของกลางตรวจสอบความถูกต้องครบถ้วนและดำเนินการกับของกลางตาม ๒.๒ โดยดำเนินการให้เสร็จสิ้นก่อนวันที่ ๓๐ กันยายน ของทุกปี
                 ๒.๒  การส่งอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนของกลางให้กองสรรพาวุธเก็บรักษา ให้ถือปฏิบัติ ดังนี้
                        -  ต้องเป็นอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนที่มีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ริบเป็นของแผ่นดิน หรือ
                        -  ต้องเป็นของกลางในคดีอาญาที่ตกเป็นของแผ่นดินตามกฎหมาย
                        -  กรณีไม่ปรากฎว่าผู้ใดเป็นผู้กระทำผิด หรือรู้ตัวผู้กระทำผิดแต่เรียกหรือจับตัวยังไม่ได้ ให้ส่งของกลางให้กองสรรพาวุธ เมื่อพ้นอายุความคดีอาญา ยกเว้นกรณี ดังนี้
                        -  กรณีไม่ปรากฏว่าผู้ใดเป็นผู้กระทำความผิดรวมทั้งของกลางเป็นยุทธภัณฑ์ ถ้าในขณะยึดไม่ปรากฏว่าผู้ใดสั่งเข้ามา ผู้นำเข้ามา ผู้ผลิตหรือผู้มี และไม่มีผู้ใดมาแสดงตนเป็นผู้สั่งเข้ามา ผู้นำเข้ามา ผู้ผลิตหรือผู้มี เพื่อขอรับคืนภายใน ๖๐ วัน นับแต่ยึดไว้ซึ่งตกเป็นของรัฐตามมาตรา ๓๕ แห่ง พ.ร.บ.ควบคุมยุทธภัณฑ์ พ.ศ.๒๕๓๐ ให้ส่งอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนของกลางให้กองสรรพาวุธ เมื่อของกลางนั้นตกเป็นของรัฐ

          ๓. การดำเนินการกับอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนของกลาง
               เมื่อกองสรรพาวุธได้รับของกลางที่ส่งให้เก็บรักษาแล้วให้ปฏิบัติดังนี้
                ๓.๑  ถ้าเป็นยุทธภัณฑ์ ให้ส่งให้กระทรวงกลาโหมเพื่อจัดการตามที่เห็นสมควรตาม พ.ร.บ.ควบคุมยุทธภัณฑ์ พ.ศ.๒๕๓๐ มาตรา ๓๗
                ๓.๒  ถ้าไม่ใช่ยุทธภัณฑ์ ให้ตั้งคณะกรรมการตรวจแยกประเภทเพื่อดูว่าอาวุธปืนกระบอกใดยังมีสภาพดีอยู่และมีมาตรฐานตรงกับความต้องการตามที่ทางราชการกำหนดไว้ ให้ขึ้นทะเบียนไว้ใช้ในราชการ หากอาวุธปืนกระบอกใดชำรุดจนถึงขนาดซ่อมแซมไม่ได้ หรือใช้การไม่ได้ ให้ทำลายหรือถอดปรนเอาชิ้นส่วนที่ใช้การได้ ไว้ใช้ในราชการ ให้ขออนุมัติต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

          ๔. การตรวจสอบ
                ๔.๑  ให้ผู้บังคับการที่รับผิดชอบ สภ. หรือหน่วยงานที่มีอำนาจสอบสวน ควบคุม กำกับดูแล ให้พนักงานสอบสวนและผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องปฏิบัติตามคำสั่งนี้โดยเคร่งครัด
                ๔.๒  ให้สำนักงานจเรตำรวจตรวจสอบการปฏิบัติของหน่วยที่เกี่ยวข้องให้เป็นไปตามคำสั่งนี้โดยเคร่งครัด หากพบว่าผู้ใดไม่ปฏิบัติ ให้รายงานสำนักงานตำรวจแห่งชาติเพื่อพิจารณาข้อบกพร่องตามความเหมาะสม.